Home
>
สาระน่ารู้
>
รอบรู้เรื่องรถ
>
ระบบอัดอากาศ ที่ผสมผสานระหว่างเทอร์โบกับซูเปอร์ชาร์จ
..::: e-ToyotaClub (e-Magazine) :::..
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องยนต์ที่มาพร้อมกับระบบอัดอากาศนั้นจะสามารถนำเสนอซึ่ง
อรรถรสที่ถึงอกถึงใจกว่าเห็นๆ ชนิดที่ว่าลองแล้วเป็นติดใจกันโดยถ้วนทั่วเลยล่ะ
ครับ แต่ทุกสรรพสิ่งก็ย่อมที่จะมีด้านด้อยด้านเด่นผสมปนเปไปอยู่ในตัว เช่นเดียว
กับระบบอัดอากาศที่ต่างก็มีข้อดีคนละแบบ อย่างเทอร์โบนั้นจะได้เปรียบตรงที่ไม่
กินแรงเครื่อง เพราะอาศัยไอเสียในการปั่นใบเทอร์โบน์ แต่ก็มีปัญหาเรื่องรอรอบ
อยู่บ้าง ในขณะที่ซูเปอร์ชาร์จนั้นจะโดดเด่นด้านสมรรถนะตั้งแต่รอบต้นๆ แบบกด
เป็นมา หากแต่ว่าก็กินแรงเครื่อง, ใหญ่ และหนักอยู่พอสมควร
กับเทคโนโลยีของระบบอัดอากาศที่มีชื่อเรียกว่า SuperTurbo เป็นผลิตผลจาก
VANDYNE ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าล้ำหน้าที่สุดแล้วสำหรับการลดปริมาณของคาร์บอน
ไดอ๊อกไซด์ ซึ่งประมาณการณ์ไว้ว่าจะช่วยลดปริมาณของคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ได้
มากถึง 1.8 ตัน/รถ 1 คัน/ปี และยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้ได้ถึงปีละ
350 ดอลล่าร์ เลยทีเดียว โดยจากการหยิบยกเอาข้อได้เปรียบของแต่ละระบบอัด
อากาศเข้ามารวมกัน ทั้งการนำเสนอเรี่ยวแรงได้ตั้งแต่รอบต่ำๆ ของซูเปอร์ชาร์จ
ผสานไปด้วยความสามารถในการทำงานได้อย่างโดดเด่นที่รอบสูงๆ ของเทอร์โบ
ผลก็คือสมรรถนะที่เพิ่มสูงขึ้น 25-30 % สำหรับเครื่องยนต์เบ็นซิน และ 7-10 %
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งนั่นจะเท่ากับว่าเราสามารถลดขนาด และความจุของ
เครื่องยนต์ให้เล็กลงได้ โดยที่ไม่ห่างหายจากสมรรถนะนั่นเองครับ
ชิ้นส่วนสำคัญของ SuperTurbo นั้นจะประกอบไปด้วยซูเปอร์ชาร์จและเทอร์โบ
อย่างที่ “นาย T” เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น พร้อมด้วยชุดเกียร์ CVT ซึ่งก็จะทำหน้าที่แปร
เปลี่ยนอัตราทดให้เหมาะสม ไปกับอุปกรณ์ที่กำลังออกแรงในขณะนั้นๆ และที่น่า
สนใจยิ่งกว่านั้น ก็คือ ยังสามารถส่งเรี่ยวแรงจากใบเทอร์ไบน์สู่เพลาข้อเหวี่ยง (ที่
ต่อตรงอยู่กับซูเปอร์ชาร์จ) ได้อีกด้วยล่ะครับ
ในส่วนของหลักการก็ง่ายๆ (แต่ทำยากสุดๆ เลยครับ) นั่นคือ ในรอบต่ำๆ ก็จะเป็น
หน้าที่ของซูเปอร์ชาร์จสำหรับการอัดอากาศเข้ากระบอกสูบ ซึ่งก็จะหมดห่วงเรื่อง
การรอรอบ เพราะเชื่อมต่อกับเพลาข้อเหวี่ยงโดยตรง จนถึงรอบเครื่องที่เหมาะสม
(ไม่ระบุรายละเอียด) ซึ่งไอเสียมีปริมาณมากพอก็จะยกความรับผิดชอบให้กับส่วน
เทอร์โบแทน พร้อมด้วยชุดเกียร์ CVT ที่จะทำหน้าที่แปรเปลี่ยนความเร็วรอบของ
แกนเทอร์ไบน์ให้สอดคล้องกับความเร็วรอบของเครื่องยนต์ เท่ากับว่าต้องควบ 2
ตำแหน่ง ทั้งอัดอากาศและช่วยลดภาระให้กับเครื่องยนต์ไปในตัวนั่นเองครับ
เท่าที่บรรยายสรรพคุณมาเนี่ย ก็พอจะเห็นภาพคร่าวๆ ถึงสมรรถนะที่จะบังเกิดได้
ไม่ยาก ก็เพราะแรงม้า-แรงบิดนั้นคงจะพรั่งพรูได้ทันทีที่วางน้ำหนักลงบนแป้นคัน
เร่งยาวนานต่อเนื่องกันไปจนถึงเรดไลน์กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจะประหยัด
และมลพิษต่ำกว่าเดิมก็คงจะไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด และเมื่อมีเรี่ยวแรงที่เหลือ
เฟืออยู่ใต้อุ้งเท้าแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขยี้คันเร่งให้มากเกินที่จำเป็นแต่
อย่างใด เว้นแต่คุณไม่ใช่ อันนี้ก็คงต้องพิจารณานิสัยในการใช้รถของตัวเองแล้ว
ล่ะครับ
จำนวนคนอ่าน
191
คน
คุณคิดอย่างไรกับบทความนี้
ควรปรับปรุง
ไม่ดี
ปานกลาง
ดี
ยอดเยี่ยม
ควรปรับปรุง
0
คน
0 %
ไม่ดี
0
คน
0 %
ปานกลาง
1
คน
11 %
ดี
4
คน
44 %
ยอดเยี่ยม
4
คน
44 %
เมื่อละอองสีเกาะติดอยู่ที่กระจก
06 Sep 2010
1586
|
0
วิธีล้างรถแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
06 Sep 2010
57
|
0
WeGo ลูกเล่นล่าสุดของระบบนำทางด้วยสัญญาณดาวเทียม
02 Sep 2010
2790
|
0
PALATOV DP4 สายพันธุ์ใหม่ของโกคาร์ท!!!
02 Sep 2010
32
|
0
วิธีกำจัดเชื้อราในห้องโดยสาร
30 Aug 2010
1112
|
0
คุณทำความสะอาดช่องแอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
30 Aug 2010
167
|
0
คู่มือการทำงานของถุงลมเสริมความปลอดภัย และระบบเบรก ABS
24 Aug 2010
405
|
0
GEELY IG Fantastic Concept 1 ประตู 3 ที่นั่ง จากแดนมังกร
24 Aug 2010
54
|
0
ควรจะเปลี่ยนช็อคอับเมื่อไหร่ดี?
19 Aug 2010
625
|
0
Car Accessories
19 Aug 2010
312
|
0
หน้าถัดไป >>
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
...
Toyota Motor Thailand Co.,Ltd.
COPYRIGHT TOYOTA MOTOR CORPORATION. ALL RIGHTS RESERVED.